เมื่อไข้หวัดใหญ่คร่าชีวิตดารา: บทเรียนที่โลกต้องตื่นตัว
เหตุการณ์การจากไปอย่างกะทันหันของ “ต้าเอส” (สวีซีหยวน) นักแสดงชื่อดังชาวไต้หวัน อดีตนางเอกซีรีส์ “รักใสใส หัวใจสี่ดวง” ระหว่างการท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้สร้างความตระหนักถึงอันตรายของโรคไข้หวัดใหญ่ให้กับสังคมในวงกว้าง
ทำความรู้จักไข้หวัดใหญ่
โรคไข้หวัดใหญ่ (Influenza) เกิดจากเชื้ออินฟลูเอนซาไวรัส 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ A, B และ C โดยสามารถแพร่กระจายผ่าน:
- ทางเดินหายใจ
- ละอองฝอย
- น้ำมูก
- น้ำลาย
อาการที่พบบ่อย
- ไข้สูง
- หนาวสั่น
- ปวดศีรษะรุนแรง
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- เจ็บคอ
- น้ำมูกไหล
- ตาแดง
จากไข้หวัดใหญ่สู่ภาวะปอดอักเสบ: ภัยเงียบที่ต้องเฝ้าระวัง
ภาวะปอดอักเสบหรือ “ปอดบวม” เป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น:
- ผู้สูงอายุ
- เด็กเล็ก
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
อาการของภาวะปอดอักเสบ
- ไอรุนแรง
- เจ็บคอ
- ไข้สูงต่อเนื่อง
- อ่อนเพลียมาก
- มีเสมหะสีเขียวหรือเหลือง
- คลื่นไส้และอาเจียน
- หายใจลำบาก
- เจ็บแน่นหน้าอก
วิธีป้องกันตนเองจากไข้หวัดใหญ่และภาวะแทรกซ้อน
1. การดูแลสุขภาพพื้นฐาน
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- รักษาร่างกายให้อบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง
2. การป้องกันการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วย
- ใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด
3. การฉีดวัคซีนป้องกัน
โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มเสี่ยง:
- เด็กอายุ 6 เดือน – 2 ปี
- หญิงตั้งครรภ์ (ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป)
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค
- ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้พิการทางสมอง
- ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
- ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ป่วยโรคอ้วน (น้ำหนัก > 100 กก. หรือ BMI > 35)
ทำไมผู้สูงอายุจึงเสี่ยงต่อไข้หวัดใหญ่มากกว่าคนทั่วไป?
ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่ เนื่องจาก:
- ระบบภูมิคุ้มกันที่เสื่อมถอยตามวัย
- มักมีโรคประจำตัวหลายโรค เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ
- การฟื้นตัวของร่างกายช้ากว่าคนวัยอื่น
- อาจมีภาวะทุพโภชนาการที่ส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน
คำแนะนำพิเศษสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุ
การสังเกตอาการผิดปกติ
- สังเกตการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกาย
- เฝ้าระวังอาการซึม เบื่ออาหาร
- ติดตามการหายใจที่ผิดปกติ
- สังเกตสีผิวและริมฝีปากที่อาจเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
การดูแลเบื้องต้น
- ช่วยให้ผู้สูงอายุได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ
- จัดท่านอนให้ศีรษะสูง ช่วยให้หายใจสะดวก
- ดูแลให้ได้รับน้ำและอาหารอ่อนๆ อย่างเพียงพอ
- เช็ดตัวลดไข้เมื่อมีไข้สูง
- ดูแลความสะอาดในช่องปากและจมูก
เมื่อใดต้องพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์ทันที
- มีไข้สูงเกิน 38.5 องศา
- หายใจเร็วผิดปกติหรือหอบ
- เจ็บหน้าอกรุนแรง
- ซึมลง สับสน หรือพูดจาไม่รู้เรื่อง
- ริมฝีปากหรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
- มีอาการของภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อย
การป้องกันสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
- พาไปรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ทุกปี
- หลีกเลี่ยงการพาไปในที่แออัด โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด
- จัดสภาพแวดล้อมในบ้านให้สะอาด อากาศถ่ายเท
- ดูแลให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่
- ส่งเสริมการออกกำลังกายเบาๆ ที่เหมาะสมกับวัย
การรักษา
กรณีอาการไม่รุนแรง
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำมากๆ
- รับประทานยาตามอาการ
กรณีกลุ่มเสี่ยงหรืออาการรุนแรง
- ควรพบแพทย์ทันที
- อาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
- ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
แหล่งข้อมูล: https://www.thairath.co.th/lifestyle/health-and-beauty/2839748








ใส่ความเห็น