“ชาตามปลายมือปลายเท้า” หลายคนอาจเคยเกิดอาการนี้ บางคนมีอาการเพียงชั่วครู่ บางคนมีอาการนานกว่านั้นและความถี่ของอาการที่ว่านี้ก็ต่างกันออกไปในแต่ละคน
อาการ “ชา” นี้เป็นอาการทางระบบประสาท แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดความรำคาญ แต่ในระยะแรกๆ มักไม่รบกวนชีวิตของผู้ป่วยมากเท่ากับอาการปวด แต่ก็เป็นสัญญาณหนึ่งของร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบประสาท ดังนั้นควรหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขอาการ ก่อนที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงอย่างอื่นตามมา
อาการมือเท้าชาสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- อาจเกิดจากการนั่งหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่ทั่วถึง
- อาจเกิดจากการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด
- อาจมีสาเหตุจากโรคบางโรค เช่น โรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท งูสวัด เบาหวาน ปวดศีรษะไมเกรน ลมชัก หลอดเลือดสมอง เป็นต้น
- ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นบ่อยจากการใช้ยาเคมีบำบัดหรือฉายรังสี
วิธีรักษาอาการมือเท้าชา
วิธีรักษาอาการมือเท้าชา นิยมรักษาตามความรุนแรงและอาการที่เป็นอยู่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 วิธี ดังนี้
1. การรักษาเมื่ออาการไม่รุนแรง
กรณีที่มีอาการมือเท้าชาแบบไม่รุนแรงมากนัก เช่น มีอาการชาแปล็บ ๆ ซ่า ๆ เป็นระยะ สามารถรักษาได้ด้วยการเปลี่ยนท่าทางใหม่หรือสะบัดข้อมือสักพัก ก็จะช่วยให้อาการชาค่อย ๆ ทุเลาลงและหายไปในที่สุด แต่หากมีอาการชาแบบนี้บ่อย ๆ อาจรักษาด้วยการรับประทานวิตามินบีเสริมและให้ยาต้านการอักเสบของเส้นประสาทและเส้นเอ็น ซึ่งจะช่วยบำรุงและซ่อมแซมเส้นประสาทได้ดี
2. การรักษาเมื่ออาการรุนแรงและต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่มีอาการชามือและเท้าแบบรุนแรงและต่อเนื่อง แม้จะสะบัดมือหรือเปลี่ยนท่าทางแล้ว อาการชาก็ยังไม่ทุเลาลง โดยการรักษาเริ่มแรกแพทย์จะให้ยาต้านการอักเสบของเส้นประสาทก่อน และเฝ้าดูผลการรักษา หากอาการยังไม่ดีขึ้น ก็จะใช้วิธีการรักษาด้วยการผ่าตัด โดยจะผ่าตัดเอ็นที่กดรัดเส้นประสาทนั้นออก
3. การรักษาตามอาการ
หากอาการชามือและเท้า มีสาเหตุมาจากโรคร้ายบางโรค การรักษาจะต้องรักษาตามอาการที่เป็นอยู่ พร้อมกับรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุไปด้วย เพื่อบรรเทาอาการให้ค่อย ๆ ทุเลาลงและไม่รุนแรงกว่าเดิม นอกจากนี้ในบางราย แพทย์ก็อาจจะให้วิตามินเสริมแก่ร่างกายด้วย โดยเฉพาะวิตามินบีที่จะช่วยบำรุงระบบประสาทและลดอาการชาตามมือตามเท้าได้ดี
แต่ในกรณีที่ไม่สามารถหาสาเหตุของมือเท้าชาได้ ควรปรึกษาแพทย์ถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เพื่อหาสาเหตุของอาการชาและทำการรักษาหรือป้องกัน

การป้องกันมือเท้าชา
เนื่องจากอาการมือเท้าชาเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ดังนั้นจึงต้องป้องกันจากต้นเหตุเหล่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งก็มีวิธีการป้องกันดังนี้
- รับประทานวิตามินบีอย่างเพียงพอ เพราะสาเหตุหลักของอาการชาตามมือตามเท้า เกิดจากร่างกายได้รับวิตามินบีไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงต้องรับประทานอาหารและผักผลไม้ที่มีวิตามินบีสูง เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินบีในปริมาณที่เหมาะสมและสามารถบำรุงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี ได้แก่ ข้าวโพด ธัญพืช ไข่แดง ตับ โยเกิร์ต และนม เป็นต้น
- อย่านอนทับแขนหรืออยู่ท่าเดิมนาน ๆ เพราะจะทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกจนก่อให้เกิดอาการชาในที่สุด โดยอาจเปลี่ยนท่านอนหรือเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ก็จะช่วยป้องกันอาการมือเท้าชาได้ดีไม่น้อย
- รับประทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ เพราะผักผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายเป็นจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการเกิดอาการมือเท้าชาแล้ว ยังช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย
- ดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคที่เป็นสาเหตุ พยายามดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการชาตามมือและเท้า หรือหากใครที่เป็นโรคเหล่านั้นอยู่ก็ควรรักษาและดูแลสุขภาพของตนเองอย่างเคร่งครัดเช่นกัน
ที่มา :
https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/knowledge_full.php?id=34

ใส่ความเห็น